บนสำนักสงฆ์เขากุฏิ ซึ่งอยู่บนยอดสูงสุดของเกาะยอ ยังมีเจดีย์โบราณประดิษฐานอยู่ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า " เขากุฏิ " สำหรับเจดีย์บนเขากุฏิ
ประวัติการก่อตั้งวัดเขาบ่อ เป็นประวัติควบคู่กับประวัติของพระศรีนิล ผู้เป็นประธานก่อตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ ดังมีหลักฐานจากหนังสือที่แต่งโดยนายคลิ้ง
ชาวเกาะยอมีการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังเป็นอาชีพเสริมรายได้มานานกล่าวกันว่า เกาะยอเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย
วัดแหลมพ้อ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดสงขลา จากหลักฐานสันนิษฐานว่าสร้างขี้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๖๐
สวนเกษตรผสมผสาน หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า สวนสมรม ( สมรม ในภาษาใต้ แปลว่ารวมหลายๆ อย่างไว้ด้วยกัน ) สวนลุงวี
สร้างขึ้นตั้งแต่ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๒๕ พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมทะเล มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๓ งาน ๔๒ ตารางวา สมัยรัชกาลที่ ๕
ผ้าทอราชวัตร ผ้าทอเกาะยอเป็นสินค้า otop ที่ขึ้นของเกาะยอ โดยลายผ้าจะมีหลากหลายรูปแบบเช่นลายก้านแย่ง หรือลายคอนกเขา ลายดอกจิก ลายพุดซ้อน และลายเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกลายหนึ่งคือ
ที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 จังหวัดสงขลา ส่งมอบบ่ออนุบาลเต่าทะเล จำนวน 5 บ่อ เพื่อเป็นบ่อเพาะฟักอนุบาลลูกเต่าทะเลให้เจริญเติบโต
เป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ของจังหวัดสงขลาสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายต้น ๆ กรุงธนบุรี ชื่อเดิมคือ "วัดคงคาวดี" แต่ชาวบ้านมักจะเรียกกันติดปากว่า "วัดท้ายยอ"
ใช้สาหร่ายผมนาง ที่มีชื่อว่า กราซิลาเรีย ฟิชเชอไร ( Gracilaria fisheri ) ซึ่งหาได้ง่ายๆ รอบเกาะยอ แหล่งต้นตำหรับอาหารนี้
ไตปลา (ภาคกลาง) หรือ พุงปลา (ภาคใต้) เป็นการถนอมอาหารแบบหมักดองชนิดหนึ่ง โดยใช้กระเพาะของปลา เช่น ปลาลัง ปลาดุก หรือปลาอื่นๆมาหมักกับเกลือ
ข้าวยำดูเหมือนข้าวยำปกติ แต่รสชาติพอดี ไม่เค็ม ไม่ขาดรสชาติอะไรเลย อร่อยค่ะ เสียดายน่าจะมีไข่ต้ม ร้านนี้ขายแต่ข้าวยำจริงๆ วันนี้พิเศษมีแกงเลียงเป็นถุงขายด้วย
กะปิกุ้ง ภูมิปัญญาการทำกะปิของชาวเกาะยอ เนื่องจากเมื่อก่อนมีลูกกุ้งจำนวนมาก ทำให้เกิดความคิดในการถนอมอาหารขึ้น จึงเกิดการทำกะปิจากลูกกุ้ง