หน้าแรก
|
แบบสอบถาม
ออกจากระบบ
วัดแหลมพ้อ
วัดแหลมพ้อ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งในจังหวัดสงขลา จากหลักฐานสันนิษฐานว่าสร้างขี้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๖๐ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (น่าจะอยู่ในช่วงของรัชกาลที่ ๒) โดยมีท่านพระครูทิพวาสี ซึ่งท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดท้ายยอมาดำเนินการก่อสร้าง และเนื่องจากพื้นที่บริเวณวัดเป็นแหลมยื่นออกไป อีกทั้งมีต้นพ้ออยู่เป็นจำนวนมากจึงเรียกชื่อวัดกันต่อมาว่า “วัดแหลมพ้อ” ในอดีตเมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธ์วงษ์วรเดช เสด็จหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ตามพระนิพนธ์เรื่อง “ชีวิวัฒน์เที่ยวที่ต่าง ๆ ภาคที่ ๗” ทรงเรียกชื่อวัดแห่งนี้ในพระนิพนธ์ว่า “วัดแหลมภอ” และได้กล่าวถึงวัดแหลมพ้อไว้ว่า “ วัดแหลมภอนั้นตั้งอยู่ที่แหลมภอ มีโบสถ์เสาเฉลียงก่อเป็นคูหา และมีศาลาการเปรียญราษฎรสร้างใหม่ก่ออิฐสงขลาไว้ ฝีมืออย่างดีไม่ถือปูนเป็นคูหา มีศาลาริมน้ำเป็นที่พักแห่งหนึ่ง พื้นวัดเตียนสะอาดร่มรื่นด้วยต้นไม้” และในปี พ.ศ. ๒๓๖๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงเสด็จประพาสทางน้ำขึ้นเรือที่บริเวณหน้าวัด วัดแหลมพ้อ ตั้งอยู่เชิงสะพานติณสูลานนท์ พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบมีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลสงขลา มีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๗ ไร่ ๖ ตารางวา วัดแหลมพ้อมีสถาปัตยกรรมที่นับเป็นโบราณสถานและปูชนียสถานที่สำคัญของวัด ประกอบด้วยพระนอนปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุด พระอุโบสถ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยเริ่มสร้างวัดมีลวดลายหน้าบันด้านหน้าเป็นช้างสามเศียร หน้าบันด้านหลังเป็นครุฑยุดนาค มีที่โปรยทานของพระเจ้าแผ่นดินที่โปรยทานเป็นเงินหรือทองแก่ประชาชนเมื่อเสด็จตามวัดต่าง ๆ มีพระสถูปเจดีย์ซึ่งสร้างพร้อมกับพระอุโบสถ วัดแหลมพ้อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสงขลาซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ นิยมมากราบไหว้ ณ วัดแห่งนี้และจะเรียกวัดนี้ว่า “วัดพระนอนแหลมพ้อ” วัดแหลมพ้อได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๑ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระอุโบสถและพระเจดีย์เป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ องค์พระนอนวัดนี้นั้นเป็นพระพุทธรูปปางปรินิพานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ ๒๕๓๗ ประดิษฐานบนฐานที่ไม่สูงนัก อีกทั้งที่ตั้งวัดอยู่ใกล้ถนนเชิงสะพานติณสูลานนท์ฝั่งเกาะยอ จึงทำให้เป็นที่สะดุดตาของผู้ที่ขับรถผ่านไปมา